ลักษณะเด่นของดนตรีในเเต่ละวัฒนธรรม

ในประเทศไทยดนตรีในวัฒนธรรมต่าง ๆ ในแต่ละภาคมีความแตกต่างกันในรูปแบบตามวัฒนธรรมของแต่ละภาคซึ่งแต่เดิมเพลงพื้นบ้านไม่มีวงดนตรีเข้ามาประกอบมากนักจะมีเฉพาะเครื่องดนตรีบางชิ้นส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องประกอบเป็นจังหวะที่หาง่าย ๆ เพลงพื้นเมืองหรือเพลงพื้นบ้านเป็นการเล่นเพื่อความสนุกสนานของคนในภาคนั้นเช่นเพลงเรือในภาคกลางส่วนใหญ่จะเป็นการเกี้ยวพาราสีกันของหนุ่มสาวต่อมาการแสดงเพลงพื้นเมืองเหล่านี้มีการตั้งเป็นวงหรือเป็นคณะเล่นร้องประชันกันหรือร้องโต้ตอบกันในลักษณะเกี้ยวพาราสีโดยใช้ปฏิภาณไหวพริบทำให้เกิดความสนุกสนานในการกล่าวแก้กันไปมาระหว่างฝ่ายหญิงกับฝ่ายชายเป็นการผ่อนคลายความตึงเครียด

เพลงพื้นเมืองแบ่งออกเป็น 4 ภาค ได้เเก่
ภาคกลาง เช่น เพลงเรือ เกี่ยวข้าว ลำตัด ฉ่อย อีเเซว แอ่วเคล้าซอ
ภาคเหนือ เช่น เพลงซอน้อยใจยา ซอพระลอ จ๊อย ฟ้อนต่างๆ
ภาคอีสาน เช่น เพลงเซิ้ง ลำเต้ย ลำซิ่ง ลำเพลิน กันตรึม เจรียง
ภาคใต้ เช่น เพลงมโนราห์ รองเง็ง ตันหยง ฮูลู
ที่กล่าวมาเป็นลักษณะของรูปแแบบดนตรี การร้องบรรเลงเพลงของเเต่ละวัฒนธรรม ซึ่งดนตรีในเเต่ละวัฒนธรรมแบ่งตามลักษณะวัฒนธรรมของเเต่ละภูมิภาค ดังนี้

ลักษณะเด่นของดนตรีในวัฒนธรรมภาคเหนือ
ภาคเหนือเป็นชนชาวไทยหลายเชื้อชาติ ทำให้เกิดการผสมผสานกันทาวศิลปวัฒนธรรมจนเป็นเอกลักษณ์ของชาวเหนือ ลักษณะดนตรีพื้นบ้านจะถ่ายทอดให้เห็นวัฒนธรรมของชาวเหนือวีถีชีวิตธรรมชาติของท้องถิ่น

๑. ๑ เครื่องดนตรีในยุคแรกจะเป็นเครื่องดนตรีประเภท ได้แก่ ท่อนไม้กลวงที่ใช้ประกอบพิธีกรรมเกี่ยวกับภูตผีปีศาจเจ้าป่าเจ้าเขาจากนั้นได้มีการพัฒนาโดยนำหนังสัตว์มาซึ่งที่ปากท่อนไม้กลวงไว้กลายเป็นเครื่องดนตรีที่เรียกว่ากลองต่อมามีการพัฒนารูปแบบของกลองให้แตกต่างไปเช่นกลองที่ซึ่งปิดด้วยหนังสัตว์เพียงหน้าเดียว ได้แก่ กลองยาวกลองแอวและกลองที่ขึงด้วยหนังสัตว์ทั้งสองหน้า ได้แก่ กลองมองเชิงกลองสองหน้าและตะโพนมอญนอกจากนี้ยังมีเครื่องตีที่ทำด้วยโลหะเช่นผ่องฉิ่งฉาบส่วนเครื่องดนตรีประเภทเป่า ได้แก่ ขลุ่ยปี่แนปี่มอญปีสรไนและแคนน้ำเต้าเครื่องสี ได้แก่ สะล้อลูก ๕ สะล้อลูก ๔ และสะล้อ ๓ สายและเครื่องดีด ได้แก่ พิณเพียะและซึ่ง ๓ ขนาดคือซึ่งน้อยซึ่งกลางและซึ่งใหญ่ลักษณะเด่นของดนตรีพื้นบ้านภาคเหนือคือมีการนำเครื่องดนตรีประเภทดีดสีตีเป่ามาผสมวงกันให้มีความสมบูรณ์และไพเราะโดยเฉพาะในด้านสำเนียงและทำนองที่พลิ้วไหวตามบรรยากาศความนุ่มนวลอ่อนหวานของผู้คนภาคเหนือนอกจากนี้ยังมีการผสมผสานทางวัฒนธรรมของชนเผ่าต่าง ๆ และวัฒนธรรมในคุ้มและวังจนกลายเป็นดนตรีพื้นบ้านซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น

๑.๒ วงตนตรี ได้แก่ วงกลองปู่เจวงมองเชิงวงเต่งทิ้งวงสะล้อซอซึ่งวงกลองแอววงปีชุมวงกลองสะบัดชัยซึ่งมีลักษณะเฉพาะแตกต่างกันออกไปมีดังนี้•วงกลองปูเล่เป็นวงดนตรีแบบชาวไทใหญ่บรรเลงประกอบการฟ้อนดาบฟ้อนโต ๑ วงมองเชิงประกอบด้วยฆ้องขนาดต่าง ๆ ๓ ใบขึ้นไปลักษณะการแสดงคล้ายกับวงกลองปู่เจ•วงเต่งทิ้งหรือวงกลองซึ่งโนงมีลักษณะคล้ายกับวงปี่พาทย์มอญของภาคกลางนิยมบรรเลงในการชกมวยงานศพงานทรงเจ้างานฟ้อนต่าง ๆ ฟ้อนผีมดผีเม็ง•วงสะล้อซอซึ่งเป็นวงที่ใช้เครื่องสายเป็นหลัก ได้แก่ สะล้อและซึ่งวงสะล้อและซอจะบรรเลงเพลงพื้นบ้านที่ไม่มีการขับร้องส่วนวงซอจะมีการบรรเลงเพลงพื้นบ้านที่มีการขับร้องร่วมด้วย•วงกลองแอวประกอบด้วยกลองแอวกลองตะโล้ดโปิดฆ้องฉาบปีแนหลวงและปี่แนน้อย•วงปี่ชุม (ปีจุม) เป็นวงดนตรีที่ใช้เล่นประกอบการแสดงซอโดยใช้ปี่ชุมวงกลองสะบัดชัยเป็นวงดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดงต่าง ๆ มีการตีที่โลดโผนน่าตื่นเต้น

๑.๓ ภาษาเนื้อร้องภาษาและเนื้อร้องที่ใช้ในบทเพลงเป็นภาษาท้องถิ่นภาคเหนือเช่นสิกกุ้งจา (ไกวชิงช้า) กาด (ตลาด) ซื้อ (ให้) เนื้อร้องมีเนื้อหาที่แตกต่างกันไปมีทั้งบรรยายถึงธรรมชาติการเกี้ยวพาราสีหรือสอดแทรกคติคำสอน

๑. ๔ สำเนียงสำเนียงที่ใช้จะเป็นสำเนียงของชาวเหนือมีสำเนียงแตกต่างกันไปตามท้องถิ่นมีสำเนียงที่ไพเราะอ่อนหวานเนิบช้าถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของภาคเหนือ

๑. ๕ องค์ประกอบบทเพลงบทเพลงพื้นบ้านภาคเหนือมีจังหวะช้าฟังสบายมีการประสานเสียงระหว่างดนตรีและผู้ขับร้องฟังแล้วรู้สึกผ่อนคลายสบายใจซึ่งทำให้องค์ประกอบบทเพลงของภาคเหนือมีลักษณะที่แตกต่างจากภาคอื่นๆ

ลักษณะเด่นของดนตรีในวัฒนธรรมภาคกลาง
ภาคกลางมีลักษณะบทเพลงและวงดนตรีที่หลากหลายมีรูปแบบการละเล่นที่สนุกสนานเพราะส่วนใหญ่มักร้องเพื่อความผ่อนคลายเพื่อความสนุกสนานรื่นเริงในเทศกาลงานต่างๆทำให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

๒.๑เครื่องดนตรีประกอบด้วยเครื่องดนตรีประเภทดีดสีตีเป่าโดยเครื่องดีด ได้แก่ จะเข้และจ้องหน่องเครื่องสี ได้แก่ ซอด้วงและซออู่เครื่องตี ได้แก่ ระนาดเอกระนาดทุ้มระนาดเอกเหล็กระนาดทุ้มเหล็กฆ้องโหม่งนิ่งฉาบและกรับและเครื่องเป่า ได้แก่ ขลุ่ยและปีลักษณะเด่นของดนตรีพื้นบ้านภาคกลางคือวงปีพาทย์ของภาคกลางจะมีการพัฒนาในลักษณะผสมผสานกับดนตรีหลวงโดยพัฒนามาจากการใช้เครื่องดนตรีปี่และกลองเป็นหลักมาเป็นระนาดและฆ้องวงพร้อมทั้งเพิ่มเครื่องดนตรีมากขึ้นจนเป็นวงดนตรีที่มีขนาดใหญ่รวมทั้งยังมีการขับร้องที่คล้ายคลึงกับปี่พาทย์ของหลวงซึ่งเป็นผลมาจากการถ่ายโยงทางวัฒนธรรมระหว่างวัฒนธรรมราษฎร์และหลวง

๒. ๒ วงดนตรีวงดนตรีพื้นบ้านภาคกลาง ได้แก่ วงปี่พาทย์วงมโหรีวงเครื่องสายวงกลองยาวซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันออกไปมีดังนี้•วงปี่พาทย์เป็นวงดนตรีที่ประกอบด้วยเครื่องดนตรีประเภทดีและเป่าใช้บรรเลงในงานพิธีและประกอบการแสดงต่าง ๆ •วงมโหรีเป็นวงดนตรีที่ประกอบด้วยเครื่องดนตรีทั้ง ๔ ประเภทคือเครื่องดีดเครื่องสีเครื่องตีและเครื่องเป่าใช้บรรเลงในงานมงคลต่างๆ•วงเครื่องสายเป็นวงดนตรีที่ประกอบด้วยเครื่องดนตรีประเภทเครื่องดีดและเครื่องสีเป็นหลักใช้บรรเลงในงานมงคลในอาคารห้องหรือบริเวณไม่กว้างมากเกินไป•วงกลองยาวเป็นวงดนตรีที่ประกอบด้วยเครื่องตี ได้แก่ กลองยาวฉิ่งฉาบกรับและโหม่งใช้บรรเลงประกอบขบวนแห่ต่าง ๆ และใช้ประกอบการแสดงรำเถิดเทิง
๒.๓ภาษาเนื้อร้องภาษาที่ใช้เป็นภาษาถิ่นของภาคกลางเนื้อร้องในบทเพลงจะหลากหลายขึ้นอยู่กับโอกาสที่ใช้มีทั้งการเกี้ยวพาราสีกันการโต้ตอบชิงไหวพริบกันและเกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพเกษตรกรรมเพราะคนภาคกลางมักประกอบอาชีพทำนาทำไร่เช่นเพลงอีแซวเกี่ยวอักษรก. มีเนื้อร้องเกี่ยวกับการเกี้ยวสาวโดยการเล่นคำใช้อักษรก. ไก่เพลงเต้นกำรำเคียวเป็นการร้องโต้ตอบกันมีเนื้อหาลักษณะเกี้ยวพาราสีกันระหว่างหนุ่มสาว
๒. ๔ สำเนียงสำเนียงขับร้องในดนตรีพื้นบ้านภาคกลางเป็นสำเนียงของภาคกลางแต่อาจแตกต่างกันในแต่ละจังหวัดเช่นในกรุงเทพมหานครสำเนียงจะเป็นภาษากลางชัดถ้อยชัดคำในจังหวัดสุพรรณบุรีมีสำเนียงต่างออกไปที่เรียกว่าเสียงเหน่อทำให้การขับร้องมีลักษณะเสียงสำเนียงแตกต่างกันออกไป

๒.๕ องค์ประกอบของบทเพลงองค์ประกอบของบทเพลงพื้นบ้านภาคกลางมีลักษณะเด่นคือการใช้คำที่มีการสัมผัสคล้องจองกันมีจังหวะและทำนองที่สนุกสนานการประสานเสียงระหว่างดนตรีและการขับร้องเหมาะสมกลมกลืนกันทำให้ผู้ฟังรู้สึกมีความสุขและสนุกสนาน


ลักษณะเด่นของดนตรีในวัฒนธรรมภาคอีสาน
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสานเป็นพื้นที่ที่มีความเป็นดนตรีที่หลากหลายแสดงให้เห็นถึงความเจริญของสังคมในอดีตทั้งนี้ก็เพราะว่าอีสานเป็นแหล่งวัฒนธรรมที่ใหญ่โตมาก่อนมีผู้คนจำนวนมากและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภาคที่มีภูมิประเทศติดกับประเทศเพื่อนบ้านคือประเทศลาวและกัมพูชาทำให้ได้รับอิทธิพลด้านวัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้านด้วยภาคตะวันออกเฉียงเหนือจึงแบ่งตามกลุ่มวัฒนธรรม ได้แก่ กลุ่มอีสานเหนือกลุ่มอีสานกลางกลุ่มอีสานใต้และกลุ่มอีสานเฉพาะเมืองโคราชทำให้มีลักษณะทางดนตรีแตกต่างกันออกไป

๓. ๑ เครื่องดนตรีภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการเล่นดนตรีที่ยาวนานนับพันปีเริ่มจากในระยะต้นมีการใช้วัสดุท้องถิ่นมาทำเลียนเสียงจากธรรมชาติเช่นเสียงลมพัดใบไม้ไหวเสียงน้ำตกเสียงฝนตกซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเสียงสั้นไม่ก้องในระยะต่อมาได้ใช้วัสดุพื้นเมืองจากธรรมชาติมาเป่าเช่นใบไม้ผิวไม้ต้นหญ้าปล้องไม้ไผ่ทำให้เสียงมีความพลิ้วยาวขึ้นจนในระยะที่ ๓ ได้นำหนังสัตว์และเครื่องหนังมาใช้เป็นวัสดุสร้างเครื่องดนตรีที่มีความไพเราะและรูปร่างสวยงามขึ้นเช่นกรับเกราะระนาดฆ้องกลองโปงโหวดปีพิณโปงลางแคนโดยนำมาผสมผสานเป็นวงดนตรีพื้นบ้านภาคอีสานที่มีลักษณะเฉพาะตามพื้นที่ ๓ กลุ่มคือกลุ่มอีสานเหนือและอีสานกลางนิยมดนตรีหมอลำที่มีการเป่าแคนและดีดพิณประสานเสียงร่วมกับการขับร้องส่วนกลุ่มอีสานใต้จะนิยมดนตรีกันตรึมซึ่งเป็นดนตรีบรรเลงที่ไพเราะของชาวอีสานใต้ที่มีเชื้อสายเขมร
๓. ๒ วงดนตรีวงดนตรีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือแบ่งตามกลุ่มวัฒนธรรมมีดังนี้กลุ่มอีสานเหนือและกลุ่มอีสานกลาง•วงโปงลางและวงแคนใช้บรรเลงประกอบการแสดงและการขับร้องเพลงลำต่าง ๆ กลุ่มอีสานใต้•วงกันตรึมใช้บรรเลงประกอบการเซ่นสรวงบูชาใช้ประกอบการแสดงมหรสพต่าง ๆ เพื่อความบันเทิง•วงพิณพาทย์ใช้บรรเลงประกอบการขับร้องเพลงเจรียงกันตรึม•วงตุ้มโมงใช้บรรเลงในงานศพ
๓. ๔ สำเนียงสำเนียงเป็นสำเนียงของท้องถิ่นถ้าเป็นกลุ่มอีสานเหนือจะมีสำเนียงเป็นภาษาอีสานที่มีสำเนียงคล้ายภาษาลาวเพราะมีอาณาเขตติดต่อกับประเทศลาวจึงได้รับอิทธิพลด้านภาษาด้วยกลุ่มอีสานใต้จะมีสำเนียงคล้ายภาษาเขมรเพราะมีอาณาเขตติดต่อกับประเทศกัมพูชากลุ่มอีสานเฉพาะเมืองโคราชก็จะมีสำเนียงแบบโคราชทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีลักษณะสำเนียงหลากหลาย
๓. ๕ องค์ประกอบของบทเพลงบทเพลงพื้นบ้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีลักษณะเรียบง่ายมีจังหวะทำนองที่สนุกสนานเร้าใจให้ความสนุกสนานแก่ผู้ฟังมีการประสานเสียงระหว่างผู้ขับร้องและการบรรเลงดนตรีที่สนุกสนานมีการรับส่งกันเหมาะสมทำให้บทเพลงมีความไพเราะสมบูรณ์

ลักษณะเด่นของดนตรีในวัฒนธรรมภาคใต้
ภาคใต้เป็นภาคที่มีวัฒนธรรมหลากหลายคือวัฒนธรรมไทย-พุทธและวัฒนธรรมไทย-มุสลิมทำให้รูปแบบของดนตรีแตกต่างกันตามวัฒนธรรมความเชื่อและความเป็นอยู่ในวัฒนธรรมไทย-พุทธจะมีลักษณะดนตรีแบบไทยใช้เครื่องดนตรีประจำท้องถิ่นส่วนวัฒนธรรมไทย-มุสลิมจะมีลักษณะดนตรีแบบไทยแต่จะมีการนำเครื่องดนตรีเช่นไวโอลินออร์แกนแมนโดลินมาบรรเลงประกอบบทเพลงทำให้บทเพลงและดนตรีมีเอกลักษณ์มากขึ้น

๔.๑เครื่องดนตรีเครื่องดนตรีพื้นบ้านภาคใต้ส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องตีและเครื่องเป่าซึ่งมีลักษณะเรียบง่ายมีการประดิษฐ์เครื่องดนตรีจากวัสดุใกล้ตัวซึ่งสันนิษฐานว่าดนตรีพื้นบ้านภาคใต้น่าจะมาจากพวกเงาะซาไกที่ใช้ไม้ไผ่ลำขนาดต่าง ๆ มาตัดออกเป็นท่อนสั้นบ้างยาวบ้างแล้วตัดปากของกระบอกไม้ไผ่ให้ตรงหรือเฉียงพร้อมกับหุ้มด้วยใบไม้หรือกาบต้นพืชใช้ประกอบการขับร้องและเต้นรำต่อมาได้พัฒนามาเป็นเครื่องดนตรีเช่นแตรกรับกลองต่าง ๆ เครื่องดนตรีพื้นบ้านภาคใต้เช่นกลองรำมะนากลองชาตรีหรือกลองตุ๊กใช้บรรเลงประกอบการแสดงโนราปี่ไฉนปีกาหลอโทนหรือทับ
๔. ๒ วงดนตรีวงดนตรีพื้นบ้านภาคใต้ใช้ประกอบการแสดงงานต่าง ๆ มีดังนี้•วงดนตรีหนังตะลุงใช้ประกอบการแสดงหนังตะลุง•วงดนตรีกาหลอใช้บรรเลงในงานศพวงดนตรีโนราใช้บรรเลงประกอบการแสดงโนรา•วงดนตรีรองเง็งใช้บรรเลงประกอบการแสดงรองเง็ง
๔. ๓ ภาษาเนื้อร้องภาษาที่ใช้ในบทเพลงเป็นภาษาท้องถิ่นภาษายาวีและภาษามลายูเนื้อร้องของบทเพลงมีหลากหลายใช้คำไม่ยืดเยื้อมีทั้งการโต้ตอบซักถามเรื่องราวการเกี้ยวพาราสีการบอกข่าวสารมีเนื้อหาที่สนุกสนานและใช้ร้องประกอบการละเล่นต่าง ๆ เช่นเพลงเรือมีการร้องโต้ตอบในเชิงเกี่ยวกันระหว่างหนุ่มสาวเพลงบอกใช้ร้องบอกข่าวเหตุการณ์ต่างๆหรือร้องเพื่อเชิญชวนโฆษณา
๔.๔สำเนียงสำเนียงที่ใช้ในบทร้องจะมีสำเนียงทางภาคใต้มีสำเนียงห้าวและห้วนในภาคใต้ตอนล่างมีอาณาเขตติดต่อกับประเทศมาเลเซียจึงทำให้มีสำเนียงของมาเลเซียสอดแทรกด้วย
๕. ๕ องค์ประกอบของบทเพลงบทเพลงพื้นบ้านภาคใต้ส่วนใหญ่จะมีจังหวะและทำนองที่หนักแน่นคึกคักให้ความรู้สึกสนุกสนานการขับร้องและบรรเลงดนตรีมีการประสานเสียงกันได้สอดคล้องเหมาะสมทำให้ผู้ฟังเกิดความคล้อยตามสนุกสนานทำให้บทเพลงพื้นบ้านภาคใต้มีองค์ประกอบที่สมบูรณ์